เรื่องของ “ใบชา” กับ ชาวจีน “แต้จิ๋ว” ที่หอบหิ้ววัฒนธรรมการดื่มชามาสู่เรา

เรื่องของ “ใบชา” กับ ชาวจีน

เรื่อง “ชา” นั้นไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเครื่องดื่มที่มีประโยชน์เท่านั้น แต่ชามีความสัมพันธ์กับเรื่องชาติพันธุ์และวัฒนธรรมอันมีรากเหง้าที่เก่าแก่ยาวนานอีกด้วย อาจเรียกได้ว่าชาเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนจีนเลยก็ว่าได้ สำหรับวิถีชีวิตของชาวจีนแต่ละท้องถิ่นนั้น ก็จะมีความผูกพันกับชาที่ลึกซึ้งแตกต่างกันไป สิ่งหนึ่งที่เราหลาย ๆ คนในรับมาอยู่ในวิถีของเราในวันนี้ก็คือ วิถีของการดื่มชาชงชาของชาวจีนแต้จิ๋ว อันเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่มีความเกี่ยวพันกับเราคนไทยมากที่สุด ชาวแต้จิ๋วรุ่นบรรพบุรุษพวกเรานั้นไม่ได้แค่หอบเสื้อผืนหมอนใบลงเรือสำเภาข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่ไทยเราเท่านั้น แต่ยังหอบหิ้วเอาวัฒนธรรมแห่งชา ที่ฝังรากลึกอยู่ใน “ใบชา” ทุกใบมาสืบทอดให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้อีกด้วย 

ใบชาคั่วเอกลักษณ์ชาของคนแต้จิ๋ว 

ใบชาคั่ว

สำหรับชาวจีนแล้ว ชา ถือเป็นพืชสมุนไพรอย่างหนึ่งที่อุดมไปด้วยคุณค่ามากมาย สำหรับชาวจีนแต้จิ๋วแล้ว “ใบชาคั่ว” ถือเป็นหนึ่งเอกลักษณ์ท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง สำหรับคนที่นิยมดื่มชาถ้าเอ่ยถึงชาคั่วทุกคนก็จะรู้ว่านี่คือวัฒนธรรมชาจากคนจีนแต้จิ๋ว ชาคั่วแต้จิ๋วนั้นถือว่าเป็นกลุ่มหนึ่งของชาเขียวเหมือนกัน โดยหมู่บ้านเพ้งเจียนที่อยู่ทางตะวันตกของตัวเมืองกิ๊กเอี๊ยอันเป็นหมู่บ้านที่อยู่บริเวณที่ราบกลางหุบเขา นับเป็นที่แรก ๆ ของจีนที่เริ่มกรรมวิธีทำ “ชาคั่ว” โดยจะมีการไปเด็ดใบชาเขียวสด ๆ มาแล้วนำมาผัดในกระทะที่ร้อนพอประมาณ การผัดในที่นี้ไม่ใช่ผัดแบบผัดกับข้าวอย่างที่เราทำ ๆ กัน แต่เป็นลักษณะของการนวดใบชาบนกระทะร้อน ๆ นวดและม้วนชาจนชาแห้ง ซึ่งจะทำให้ได้ชาเขียวที่มีสีสดใสดุจมรกต แล้วนำมาพักไว้ประมาณ 1 วัน การผัดชานั้นจะทำการผัด 2 ครั้งเพื่อให้ชาแห้งสนิท ผัดครั้งแรกเสร็จและพักชาเรียบร้อยก็นำมาคัดแยก เอาส่วนที่เป็นผง ๆ ออก แล้วก็แยกประเภทว่าอันไหนเป็นยอดชา อันไหนเป็นใบ อันไหนเป็นใบแก่ เป็นการแยกเกรดชา หลังจากนั้นก็นำมาผัดอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ต้องใช้เวลาผัดชากว่า 8 ชั่วโมงทีเดียว โอ้โหกว่าจะได้ชามาดื่มสักถ้วย มันไม่ง่ายเลยใช่ไหมล่ะ ชาวแต้จิ๋วพิถีพิถันกันทุกขั้นตอนจริง ๆ กว่าจะได้ชาคุณภาพที่ถือว่าเป็นสมุนไพรดื่มแล้วได้รสชาติเยี่ยมและยังเปี่ยมไปด้วยคุณสมบัติทางยา 

ใบชาคั่วแต้จิ๋วสิ่งนี้มีตำนาน 

ใบชาคั่วแต้จิ๋ว

ได้รับรู้กรรมวิธีการผลิตชาคั่วแต้จิ๋วกันไปแล้ว คุณคงจะรู้สึกได้ว่าเป็นอะไรที่ธรรมชาติเอามาก ๆ ทีเดียว สะท้อนวิถีชีวิตของคนโบราณเลยว่ากลมกลืนกับธรรมชาติมากจริง ๆ แต่ไม่ได้มีความล้ำลึกเพียงแค่นั้นนะ ชาคั่วแต้จิ๋วมีตำนานเรื่องเล่าที่มาด้วย โดยเล่ากันต่อมาว่าที่หมู่บ้านเพ้งเจียนต้นกำเนิดการคั่วชาแห่งนี้นั่นเอง มีชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นชาวนาที่ขยันขันแข็ง วันหนึ่งเขาจะไปตัดฟืนที่ทางทิศเหนือของหมู่บ้าน เขาก็เอามีดเหน็บเอวไปแล้วออกเดินทาง เมื่อไปถึงก็ลงมือตัดฟืนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงบ่าย พอมองตะวัน ก็เห็นว่าควรจะพักกินข้าวได้แล้ว จึงพักกินข้าว ระหว่างที่กำลังกินข้าว เขาก็มองเห็นนกประหลาดตัวหนึ่งบินโฉบมาใกล้ ๆ เขา แล้วก็ส่งเสียงร้อง “ช่า ช่า” ชายหนุ่มคนนี้พยายามมองว่านั่นเป็นนกอะไร เพราะดูรูปร่างประหลาดไม่เคยเห็นมาก่อน นกตัวนั้นบินไปเกาะยอดไม้แห่งหนึ่งแล้วก็ส่งเสียงร้องอีก “ช่า ช่า” ชายหนุ่มชาวนาอยากรู้ว่านกตัวนั้นเป็นนกอะไรจึงขยับเข้าไปใกล้ นกตัวนั้นพอรู้ว่าชายหนุ่มกำลังขยับเข้ามามันจึงถ่ายมูลลงมาจากยอดไม้สู่ดินแล้วก็โผบินขึ้นฟ้าหนีไป ชายหนุ่มชาวนาเข้าไปดูก็ได้แต่เห็นมูลนกกองใหญ่เท่านั้น เพราะนกประหลาดบินหนีไปแล้ว เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่กอบเอาดินกองหนึ่งมากลบมูลนกนั้นไว้แล้วก็กลับบ้าน 

3 ปีถัดมา ณ จุดที่นกปริศนาตัวนั้นถ่ายมูลไว้ก็ปรากฏเป็นต้นไม้ต้นหนึ่งที่มีใบสีเขียวมรกตงอกงามขึ้นมา ชายหนุ่มชาวนาคนเดิมไปเยือนบริเวณนั้นอีกก็ประหลาดใจไม่รู้ว่าต้นไม้นั้นเป็นต้นอะไร แต่ใบของมันส่งกลิ่นหอมจาง ๆ ออกมาชายหนุ่มจึงลองเด็ดใบของต้นไม้นั้นแล้วชิมดูก็รู้สึกว่ารสชาติดีแล้วรู้สึกช่วยดับกระหายดี เขาจึงเก็บค่อย ๆ เก็บรากของต้นนี้เอาไปปลูกที่บ้าน และค่อย ๆ หากรรมวิธีในการนำมาดัดแปลงเค้นเอารสชาติออกมาจนกลายมาเป็นวิถีการคั่วชาแบบฉบับแต้จิ๋วในที่สุด และนี่คือตำนานของใบชาคั่วแต้จิ๋วที่เล่าสืบต่อกันมา 

ใบชา คือ สิ่งที่สะท้อนอะไรได้หลายอย่างจริง ๆ ไม่ได้มีแค่รสชาติดีและกลิ่นที่หอมแต่ยังมีวัฒนธรรมและตำนานที่เจืออยู่ด้วยเสมอ รู้แบบนี้แล้วไปหาชามาดื่มแก้กระหายกันเลยดีกว่า 

เลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ไหนดี

บริษัทรับสร้างบ้าน

บริษัทรับสร้างบ้านที่ตอบทุกโจทย์ทุกคน ครบทุกสไตล์ ที่นี่‎

ในการที่เราจะทำบ้านในแต่ละครั้งนั้นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุดก็จะเป็นในเรื่องของการสร้างบ้าน หรือการทำบ้านแต่ก่อนอื่นที่เราจะไปเข้าเรื่องนั้นเราก็ต้องเลือกบริษัทรับสร้างบ้านก่อนว่าเราจะทำบ้านทั้งทีเราควรจะเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ไหนดีที่ตอบโจทย์ให้กับเรามากที่สุด ทุก ๆอย่างเป็นเรื่องที่สำคัญและเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างมากเลยในการเลือกบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่ไหนดีเพราะว่าหากเราเลือกบริษัทที่ไม่ดีมาทำนั้นแน่นอนก็จะยิ่งเจอแต่ความเสียหาย เสียหายไม่พอ เสียเวลา เสียเงินอีกด้วย ทุกๆอย่างจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่ไม่ควรมองผ่าน

การที่จะสร้างบ้านในแต่ละครั้งนั้นทุกๆอย่างต้องขึ้นอยู่กับว่าเราเรามีงบประมาณในการสร้างบ้านนั้นเท่าไหร่เพราะการที่เราจะจ้างบริษัทรับสร้างบ้านมาดูงานนั้นราคาของแต่ละบริษัทนั้นก็สูงแตกต่างกันออกไป ทุก ๆสิ่งทุก ๆอย่างจึงเป็นเรื่องที่เราควรที่จะใส่ใจกันอย่างมากที่สุดและก็ไม่ควรที่จะมองข้ามผ่านอย่างมากที่สุดอีกด้วย

บ้านเป็นที่อยู่อาศัยหลักที่สำคัญของเรา หากเราอยากอยู่บ้านที่จะสร้างใหม่ไปนานๆแน่นอนว่าเราจะต้องรู้จักเป็นคนที่มีความละเอียดรอบคอบอยู่เสมอ รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่จำเป็นอย่างมากที่สุดที่เราควรที่จะใส่ใจในเรื่องของบ้าน อย่างการที่เราจะหาบริษัทรับสร้างบ้านที่ไหนดีนั้นก็ต้องหารีวิวอ่านดูเพื่อทำการศึกษาให้แน่ชัดเสียก่อน หากเราหาข้อมูลได้แน่ชัดแล้วอันนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่จะทำให้การตัดสินใจเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ไหนดีนั้นตัดสินใจเลือกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

บริษัทรับสร้างบ้านที่ได้รับความน่าเชื่อถือ

ทุกอย่างเป็นเรื่องที่จำเป็นและเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่ไม่ควรมองข้ามหลายๆคนก็จะคิดว่าจะเลือกบริษัทรับสร้างบ้านที่ไหนดีในการมาทำบ้านนี่เลยอย่างบริษัท CONVENTURE ที่เป็นบริษัทรับสร้างบ้านที่ดีที่มีคนชื่นชอบอย่างมากที่สุดในเรื่องการบริการที่ดีและมีคุณภาพ

ทุกๆสิ่งทุกๆอย่างจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยก็ว่าได้ บ้านจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยที่เราต้องใส่ใจเพราะหากเราทำบ้านไม่ดีนั้นก็จะเป็นเรื่องที่ลำบากในอนาคตเป็นแน่ แต่หากเรามีความใส่ใจในทุกๆขั้นตอนของบ้านนั้นเราก็จะรู้ถึงจุดที่ผิดพลาดแล้วก็จะทำให้บ้านของเรานั้นออกมาสวยงามตรงตามใจที่เราชอบมากที่สุดเลยก็เป็นได้

 

เทคนิคขั้นเทพ เลือกยิมแบบไหนดี ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์คุณ

Gym

วิธีหนึ่งที่จะช่วยผลักดันตัวเองให้มีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น ก็คือการใช้บริการจากฟิตเนส หรือโรงยิมที่ใดที่หนึ่ง โดยสมัครเป็นสมาชิกระยะยาวแบบรายปี ซึ่งเท่ากับเป็นการบังคับตัวเองทางอ้อมให้ออกกำลังกายทุกวันเพื่อให้คุ้มกับค่าสมาชิกที่เสียไป การเลือกยิมออกกำลังกาย ใคร ๆ ก็ต้องอยากได้ยิมที่ดีที่สุดในประเทศไทย เพื่อความคุ้มค่าแบบสุด ๆ แต่ถึงอย่างไร ยิมที่ดีอาจไม่ใช่ยิมที่ใช่ การเลือกยิมที่ถูกต้องนั้น ควรจะเป็นยิมที่เหมาะกับไลฟสไตล์ของตัวเราเองมากที่สุด

 

เทคนิคเลือกยิมควรเริ่มที่ไลฟ์สไตล์ของตัวเองเป็นสำคัญ ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์แบบคนทำงานประจำ หรือใช้ชีวิตในแวดวงธุรกิจอยู่ตลอด ความยืดหยุ่นในเรื่องของเวลาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ต้องเลือกยิมที่เปิดให้บริการจนถึงดึก หรือเปิดตลอด 24 ชั่วโมง เพราะคุณอาจเลิกงานไม่เป็นเวลา ปัญหาของคนทำงานประจำนอกจากเรื่องเวลาแล้ว ยังมีเรื่องของสุขภาพที่เกิดจากการนั่งติดที่ตลอดวันจนมีอาการที่เรียกว่า “ออฟฟิศซินโดรม” ยิมที่จะช่วยคุณได้ควรมีโปรแกรมดูแลในเรื่องนี้เป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ หรือโปรแกรมการออกกำลังกายที่ออกแบบสำหรับคนทำงานออฟฟิศ และที่สำคัญคือ ควรมีเทรนเนอร์ที่สามารถดูแลและให้คำแนะนำเรื่องการออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม

คนทำงานประจำส่วนใหญ่ยังมีปัญหาเรื่องการลดน้ำหนัก โดยเฉพาะสาวออฟฟิศที่น้ำหนักขึ้นเร็วและอ้วนลงพุงง่าย ต่อให้ค้นพบยิมที่ดีที่สุดในประเทศไทยก็ยังไม่อาจตอบโจทย์ได้ว่าทำไมลดน้ำหนักไม่ได้ผล ดังนั้น ยิมที่ดีจริง ๆ ควรสร้างแรงบันดาลใจให้คนลดน้ำหนักอย่างจริงจัง อาจเป็นแรงบันดาลใจจากตัวเทรนเนอร์ที่ช่วยวางแผนลดน้ำหนักให้อย่างน่าเชื่อถือ ถ้ามีแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำร่วมด้วย ก็จะเพิ่มแรงบันดาลใจให้มีมากขึ้นได้อีก อาจเลือกยิมที่ให้บริการเฉพาะผู้หญิง หรือเทรนเนอร์ผู้หญิงเพื่อความมั่นใจ รวมถึงการมีโปรแกรมออกกำลังกายที่ไม่ยุ่งยากจนเกินไปด้วย

 

ถ้าคุณมีไลฟสไตล์อิสระ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่แบบไม่เป็นเวลา ไลฟ์สไตล์แบบนี้น่าจะเอื้อต่อการออกกำลังกายมากกว่างานประจำ แค่มียิมดี ๆ ใกล้บ้านก็คงจูงใจให้ออกกำลังกายได้ไม่ยาก แต่ก็ยังมีบางคนที่ปล่อยให้ความอิสระมาฉุดรั้งตัวเองให้ห่างไกลจากการออกกำลังกาย ดังนั้น ควรรีบหายิมหรือฟิตเนสเป็นการเร่งด่วนเพื่อเป็นตัวกระตุ้นวินัยให้เร็วที่สุด ซึ่งนอกจากเลือกสถานที่ใกล้บ้านแล้ว ยังควรเลือกยิมที่มีโปรแกรม หรือคลาสออกกำลังกายแบบระบุเวลาแน่นอน

 

ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ที่ต้องคำนึงในการเลือกยิมที่ดีสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ก็คือ ความพร้อมของอุปกรณ์ สุขลักษณะและอนามัยที่ดีของสถานที่ เงื่อนไขในการบริการ ค่าสมาชิก และค่าใช้จ่ายในส่วนของเทรนเนอร์ ค่าคอร์สเรียนสำหรับโปรแกรมการออกกำลังกายต่าง ๆ ยิมที่ดีควรมีอัตราค่าบริการที่เหมาะสม อาจลองเปรียบเทียบหลายที่ประกอบกัน และควรเลือกยิมที่ไม่มีการ Hard Sell จนเกินไป

 

การเลือกยิมมีผลต่อวิถีของการดูแลสุขภาพที่ดี แต่หัวใจที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือ ความมีวินัยของคุณเองทั้งในเรื่องของการออกกำลังกาย การดูแลโภชนาการที่ดี การใช้ชีวิตแบบสมดุล แม้ว่าคุณจะค้นพบยิมที่ดีที่สุดในประเทศไทย ก็ไม่อาจช่วยให้การดูแลสุขภาพของคุณบรรลุเป้าหมายได้ ถ้าขาดหัวใจสำคัญเหล่านี้ไป

7 เรื่องของ “งูจงอาง” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

King Cobra

ลึกเข้าไปในทางตอนใต้ของอินเดียและทวีปเอเชีย เป็นที่อยู่ของงูจงอาง ราชางูในตำนานซึ่งเป็นที่เคารพและหวาดกลัวแก่ผู้คนทั้งหลาย พวกมันคืองูที่ว่องไว , แข็งแกร่ง , อันตราย และเป็นงูพิษที่ตัวใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันมักกลายอยู่ในตำนานและเกี่ยวข้องกับประเพณีพื้นบ้านของอินเดีย นอกจากนั้นยังเป็นงูที่พวกนักผจญงูทั้งหลายชื่นชอบมากอีกด้วย

1.ตัวยาวที่สุดในบรรดางูพิษ

โดยปกติแล้วงูจงอางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถมีความยาวได้ถึง 10-13 ฟุต แต่งูจงอางที่มีลำตัวยาวมากที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีการบันทึกมาถูกวัดความยาวในช่วงกลางศตวรรษที่ 20  มันคืองูที่อยู่ในสวนสัตว์ลอนดอนของประเทศอังกฤษ เป็นงูที่ถูกส่งมาจากประเทศมาเลเซีย เจ้างูตัวนี้มีความยาวมากถึง 18 ฟุต 9 นิ้ว

2.เขี้ยวสังหาร

งูจงอางเป็นหนึ่งในบรรดางูพิษที่อันตรายที่สุดในโลก เขี้ยวของมันสามารถที่จะฉีดพิษจำนวน 7 มิลลิลิตร หรือเกือบจะเทียบเท่ากับ 1.5 ช้อนชาเข้าสู่ร่างกายของเหยื่อ พิษจะกระจายเข้าไปยังระบบประสาทส่วนกลางและจะไปทำให้เกิดอาการ ไตวาย , หัวใจวาย , ปอดวาย อาการเริ่มแรกของผู้ที่โดนกัดได้แก่ อาการเจ็บปวด , ง่วงนอนอย่างรุนแรง , เดินสะดุด , ตาพร่ามัว , แขนขาเริ่มเป็นอัมพาต , มีอาการชักกระตุก ปวดหัวและหมดสติไปในที่สุด ดังนั้นอย่าถูกมันกัดเด็ดขาด

3.เป็นงูเพียงชนิดเดียวที่ทำรัง

มีงูจำนวน 70% บนโลกที่ออกลูกเป็นไข่ โดยปกติแล้วงูทั่วไปมักวางไข่ในหลุมหรือรอยแยกตามพื้น แม่งูส่วนใหญ่พอวางไข่เสร็จแล้วก็จะจากไปในทันที แต่ในกรณีของแม่งูจงอางนั้นเป็นกรณียกเว้นพวกมันจะสร้างรังขึ้นมาด้วยใบไม้หลังจากนั้นก็จะขดตัวล้อมไข่เอาไว้หลังจากที่ออกไข่ไปแล้ว 20-30 ฟอง

4.เป็นงูกินงู

พวกงูจงอางมีชื่อสามัญคือ “Ophiophagus” เป็นคำซึ่งมีที่มาจากภาษากรีกแปลว่า “ตัวกินงู” และอาหารหลักของพวกมันก็เป็นงูทั้งนั้นเลย ไม่ว่าจะเป็นงูหนู , งูเหลือมตัวเล็ก รวมไปถึงงูพิษชนิดอื่นๆ และในยามที่อาหารขาดแคลนจึงจะเลิกกินงูชั่วคราวแล้วไปล่าสัตว์ชนิดอื่นแทน

5.มีความสามารถในการปรับตัวสูง

พวกมันสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้เป็นอย่างดี ส่วนความสามารถในการล่านั้นพวกมันเป็นงูที่มีสายตาดีมากสามารถมองเห็นเหยื่อได้ภายในระยะห่างออกไป 91 เมตร และใช้ลิ้นในการดมกลิ่นที่ลอยมาในอากาศ ถึงแม้ว่าพวกมันจะไม่มีหูแต่ก็สามารถตรวจจับแรงสั่นสะเทือนบนพื้นดิน

6.ชื่อภาษาอังกฤษคือ “King Cobra” แต่ว่าทำไมจึงต้องมีคำว่า “King นำหน้า

นอกจากจะเป็นงูที่ออกล่างูชนิดอื่นแล้ว เกร็ด 11 ชิ้นที่อยู่บนหัวด้านหน้าของพวกมันยังมีลักษณะดูคล้ายมงกุฎราชาซึ่งใช้เป็นจุดสังเกตุได้ง่ายอีกด้วย จึงเป็นที่มีของการใช้คำว่า “King” นั่นเอง เป็นชื่อสำหรับงูชั้นสูงจริงๆ

7.แพ้ทางพังพอน

เนื่องจากงูชนิดนี้เป็นงูที่ใช้วิธีสังหารเหยื่อด้วยการกัดแบบไม่ปล่อยแล้วฉีดพิษอย่างเดียวเท่านั้น พวกมันรัดเหยื่อไม่เป็น จึงแพ้ทางพังพอนซึ่งมีภูมิคุ้มกันพิษของพวกมัน สำหรับเหยื่อชนิดอื่นพวกมันเป็นราชา แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าพังพอนแล้วพวกมันเป็นแค่งูธรรมดาตัวนึงเท่านั้นเอง

 

7 ข้อเท็จจริง “สแตน ลี” ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

Stan Lee

สแตน ลี เป็นนักเขียนการ์ตูนชาวอเมริกันที่มีส่วนร่วมในการให้กำเนิดตัวละครซุปเปอร์ฮีโร่ชื่อดังมากมายเช่น แบล็คแพนเธอร์ , , ดร.สเตรนจ์ , ธอร์ , ไอรอนแมน , ฮัลค์ , สไปเดอร์-แมน และอื่นๆอีกมาก ซึ่งล้วนเป็นตัวละครที่โด่งดังถึงขีดสุดทั้งสิ้น สำหรับในสายตาของแฟนการ์ตูนตัวเขาเองก็ไม่ต่างจากซุปเปอร์ฮีโร่ที่มีชีวิตเลย “สแตน ลี” จากโลกนี้ไปด้วยวัย 95 ปี ในวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2561 และชื่อของเขาจะเป็นตำนานตลอดไป

1.เขาให้ภรรยาของเขาตัดผมให้ตลอด

แสตน ลี ได้เคยเปิดเผยความลับส่วนตัวของเขาว่า ตั้งแต่ในช่วงที่เขาอยู่ในวัยกลางคนเป็นต้นมา เขาไม่เคยเข้าร้านตัดผมเลยสักครั้งเดียว เขาให้ภรรยาของเขาตัดผมให้ตลอด ภรรยาของเขาเสียชีวิตก่อนเขาแค่เพียงปีเดียวเท่านั้นด้วยอายุ 65 ปี

2.กัปตันอเมริกาคือซุปเปอร์คนแรกที่สร้างชื่อให้เขา

ในช่วงสัปดาห์ที่เขาทำงานให้กับ “Timely Comics” เขาก็ได้มีโอกาสวาดการ์ตูนเรื่อง “กัปตันอเมริกา” ออกมาสองหน้ากระดาษ แล้วก็ตั้งชื่อตอนว่า “Captain America Foils the Traitor’s Revenge” จากนั้นก็ได้ใส่ชื่อ “แสตน ลี” ลงไปด้วยต่อมาจึงใช้ชื่อนี้เป็นนามปากกามาตลอด ทำให้ผู้คนจำชื่อเขาได้ตั้งแต่นั้น ต่อมาเขาจึงได้มีโอกาสได้เขียนเนื้อเรื่องในหนังสือการ์ตูน “Captain America” เล่มที่ 5

Captain America

3.เขาเคยเขียนบทภาพยนตร์การฝึกอบรมร่วมกับ “ดร.ซูสส์”

หลังจากที่ แสตน ลี เข้าทำงานได้กองทัพและถูกย้ายไปทำงานที่รัฐนิวเจอร์ซีย์เขาก็มีโอกาสเขียนบทภาพยนตร์การฝึกอบรมให้กับกองทัพโดยมีผู้ร่วมงานคนอื่นอีกแปดคน ซึ่งมีอยู่หลายคนที่ภายหลังได้กลายเป็นคนมีชื่อเสียง เช่น ดร.ซูสส์ ซึ่งเป็นนักวาดการ์ตูน , William Saroyan นักเขียนชื่อดัง , Charles Addams (คนที่วาดการ์ตูนเรื่อง อดัม แฟมมิลี่) , Frank Capra ผู้กำกับชื่อดังจากอิตาลี โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญและเหตุผลง่ายๆที่ทำให้คนเหล่านี้ได้มาเจอกันก็คือ “คนที่มีอะไรเหมือนกันมักจะถูกดึงดูดให้มาเจอกัน” นั่นเอง

4.เขามีน้องชายอีกหนึ่งคน

น้องของเขามีชื่อว่า “Larry Lieber” เป็นนักวาดการ์ตูนและเป็นนักเขียนเช่นกัน ซึ่งน้องชายของเขาก็มีส่วนร่วมในการสร้างตัวละครไอรอนแมน , ธอร์ และ แอนท์-แมน และเป็นนักวาดการ์ตูน “Amazing Spider-Man” ในเวอร์ชั่นที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์อีกด้วย

5.ชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ

นอกจากจะเคยเข้าทำงานในกองทัพแล้ว “แสตน ลี” ยังเคยต้องทำงานรับจ้างสารพัดเพื่อหาเงินเลี้ยงชีพไม่ว่าจะเป็น การเป็นพนักงานส่งแซนวิส ในย่านหมู่ตึก “Rockefeller Center” ซึ่งอยู่ในใจกลางของแมนฮัตตัน , เป็นเซลล์ขายหนังสือพิมพ์แบบรายปี ของหนังสือพิมพ์ “New York Herald Tribune” , ทำงานในบริษัทผู้ผลิตกางเกง , ทำงานเป็นคนเฝ้าประตูของโรงละคร “Rivoli Theater”

6.แล้วเขาเข้าวงการมาได้อย่างไรกัน

แสตน ลี เข้าวงการนักเขียนการ์ตูนได้เพราะได้รับการความช่วยเหลือของลุงของเขาชื่อว่า “Martin Goodman” ซึ่งเป็นผู้ตีพิมพ์นิตยสาร “Pulp magazines” และ “Men’s adventure magazines” ซึ่งต่อมาได้พัฒนาจนกลายเป็น “Marvel Comics” ในภายหลัง

7.จริงแล้ว “ฮัลค์” น่ะต้องมีตัวสีเทานะ!!

โดยทาง แสตน ลี ได้เล่าว่าตัวละครนี้ถูกเลือกให้มีร่างกายสีเทามาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ด้วยความที่ปริ้นเตอร์ในสำนักงานมันทำงานแบบไม่คงเส้นคงวา แทนที่มันจะพิมพ์ออกมาเป็นสีเทามันก็พิมพ์ออกมาเป็นสีเขียวซะอย่างงั้น หลังจากนั้นเมื่อเริ่มมีการตีพิมพ์หนังสือการ์ตูนเล่มที่สองก็เลยต้องเปลี่ยนสี “ฮัลค์” ให้เป็นสีเขียวโดยที่ไม่ได้อธิบายอะไรให้กับพวกนักอ่านเลย

 

5 วิธีผ่อนคลายความเครียดและความกังวล

Stress

เคยรู้สึกเครียดและวิตกกังวลกันบ้างหรือปล่าว ท่านไม่ใช่คนเดียวหรอกที่เคยเป็นแบบนี้ เพราะผลสำรวจในอเมริกาพบว่าประชากร 70% ยอมรับว่าต้องพบเจอกับความเครียดทุกวัน  และในแต่ละวันมีคนจำนวนมากที่ค้นหาวิธีลดความเครียดจากเสิร์ชเอนจินวันละมากกว่า 1 ล้านคน

ยิ่งถ้ารวมคนจากประเทศอื่นไปด้วยก็คงเป็นกลุ่มคนจำนวนหลายล้านคนที่กำลังหาทางต่อสู้กับความเครียดและความวิตกกังวลอยู่ในขณะนี้ ในบทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการลดความเครียดและความกังวลอย่างได้ผลไปดูกันเลย

1.แบ่งเวลาไปทำสวน

นักวิจัยค้นพบว่าการใช้เวลาไปกับการทำสวนจะช่วยให้คุณอารมณ์ดีมากขึ้นและสามารถช่วยลดระดับความเครียดและความกังวล โดยควรแบ่งเวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงต่อหนึ่งสัปดาห์เพื่อดูแลต้นไม้หรือสวนผัก จะช่วยลดความตึงเครียดและความเมื่อยล้าและทำให้เรามีแนวโน้มที่จะโกรธหรือรู้สึกหดหู่น้อยลง พอตื่นนอนคุณอาจจะลุกจากเตียงไปทำสวนตั้งแต่เช้าเลยก็ได้แต่ถ้าหากไม่มีสวนนอกบ้าน คุณก็ยังสามารถทำสวนเล็กปลูกสมุนไพรไว้ในบ้านได้

2.เล่นโยคะ

โยคะจะช่วยปรับปรุงความยืดหยุ่นและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ร่างกายของเรา และก็ยังสามารถสร้างความสงบให้กับจิตใจได้อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังช่วยให้หัวใจมีสุขภาพดีขึ้นอีกด้วยถ้าหากว่าทำเป็นประจำ ควรแบ่งเวลาอย่างน้อย 15 นาทีต่อวันเพื่อเล่นโยคะ แล้วจะพบว่าความดันโลหิตจะลดลงไปถึง 10% ซึ่งจะส่งผลให้ความเครียดลดลงไปด้วย นักวิจัยชาวแคนาดาพบว่าในกลุ่มคนที่กำลังรักษาเรื่องความดัน กลุ่มคนที่ฝึกโยคะและกลุ่มคนที่ฝึกหายใจลึกๆจะมีระดับความดันโลหิตที่ลดลง

Yoga

3.นั่งสมาธิ

การทำสมาธิจะช่วยทำให้ร่างกายมีสุขภาพดีขึ้น เพิ่มภูมิคุ้มกันและเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความเครียด ดร.Elizabeth Hoge ซึ่งเป็นศาสตราจารย์วิชาจิตเวชศาสตร์ของ “Harvard Medical School” กล่าวว่า สิ่งที่ได้จากการฝึกสัมมาสติก็คือ การลดระดับความวิตกกังวลทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว

การทำสมาธิช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมตนเองและช่วยส่งเสริมสุขภาพจิตในทุกด้าน เพียงแค่ทำสมาธิ 10-15 นาทีต่อวัน จะช่วยลดระดับฮอร์โมนความเครียด ช่วยเพิ่มระดับเซโรโทนิน และทำให้เรามีความสามารถที่จะปล่อยวางความคิดด้านลบทิ้งไปได้อย่างง่ายดาย

4.การออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายคืออีกหนึ่งอาวุธอันยอดเยี่ยมสำหรับเอาไว้จัดการกับความเครียดโดยเฉพาะ อาจจะฟังดูขัดแย่งแต่การเพิ่มความเครียดทางกายภายด้วยการออกกำลังกายจะช่วยบรรเทาความเครียดทางจิตใจได้จริง

ประโยชน์ที่ได้รับจะยิ่งเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆหากเราออกกำลังกายเป็นประจำ คนที่ทำทุกวันจะมีระดับความวิตกกังวลน้อยกว่าคนทั่วไปอย่างแน่นอน ซึ่งเป็นผลลัพธ์มาจาก ปริมาณฮอร์โมนความเครียดที่น้อยลง เช่น คอร์ติซอล และในระยะยาวร่างกายจะหลั่งเอ็นโดรฟินมากขึ้นซึ่งช่วยทำให้สุขภาพจิตดีขึ้น

การออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มคุณภาพในการนอนหลับ ช่วยลดความเสี่ยงที่มีอาการวิตกกังวลและความเครียดจากการนอนหลับไม่เพียงพอ นอกจากนั้นการออกกำลังกายยังช่วยเพิ่มระดับความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอีกด้วย

5.ลองตัดขาดกับเทคโนโลยีสักระยะหนึ่ง

การใช้งานเทคโนโลยีมากเกินไปนอกจากจะทำให้เราต้องติดต่อกับผู้คนเกือบตลอดทั้งวันแล้ว บรรดาพาดหัวข่าวในอินเตอร์เน็ตก็ยังนิยมที่จะเสนอข่าวร้ายต่างๆเพื่อเรียกร้องความสนใจจากผู้อ่าน โดยไม่คำนึงถึงสุขภาพจิตของผู้ใดทั้งนั้น และการเสพติดการใช้งานอินเตอร์เน็ตยังส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตในระยะยาวอีกด้วย

การงดเล่นอินเตอร์เน็ตและงดใช้เทคโนโลยีทุกอย่างมันยากมากแต่มันจะทำให้เราได้ไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่มีแต่ความสงบในระยะยาวจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้น